banner C1-2 banner C3 banner C4 banner C5-C6
banner SC banner C10 banner C7 banner C8 banner C9

ผลบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก 19 มี.ค. 2017

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ลิเวอร์พูล

    

 ลัลลาน่าเหน่งๆจั่วลม!หงส์นำก่อนเจ๊าเรือ 1-1 ปิดจ็อบไร้พ่าย top 6

 
ลิเวอร์พูลชวดโอกาสทองขึ้นที่ 3 หลังอดัม ลัลลาน่ายิงเหน่งๆจั่วลมทำให้ควงแขนเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ในเกมห้าดาวแลกกันมันหยดพร้อมส่งท้ายนัดสุดท้ายเจอทีม 6 อันดับแรกด้วยสถิติไม่แพ้ใครชนะ 5 เสมอ 5
 
 
 
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม
อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560
กรรมการ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
1
1
ลิเวอร์พูล
 
1-1 เซร์คิโอ อเกวโร่ 69'
0-1 เจมส์ มิลเนอร์ 51' (Pen.)
 
 
 
ลิเวอร์พูลพกสถิติสวยหรูชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 จาก 6 เกมหลังในพรีเมียร์ลีกโดยแพ้แค่เกมเดียวโดยเป๊ป กวาร์ดิโอล่าอินดี้อีกแล้วส่งแฟร์นานดินโญ่ลงสนามมาเป็นแบ็คขวาขณะที่นิโกลัส โอตาเมนดี้กลับมายืนเซ็นเตอร์ตำแหน่งอื่นยาย่า ตูเร่กลับมาคุมแดนกลางคู่กับดาบิด ซิลบาโดยมีเควิน เดอ บรอยน์, เซร์คิโอ อเกวโร่และราฮีม สเตอร์ลิ่งเป็นหลักในแนวรุก

ส่วนลิเวอร์พูลฟอร์มกระเตื้องขึ้นช่วงหลังนัดนี้ได้ข่าวดีโรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่หายเจ็บกลับมายืนหน้าเป้าทำให้ดิว็อค โอริกี้กลับไปเป็นสำรองส่วนเดยัน ลอฟเรนผ่านความฟิตแต่เป็นแค่สำรองต้องดูโจเอล มาติปกับรักนาร์ คลาวานจับคู่กันไปก่อนส่วนตำแหน่งอื่นเหมือนเดิม
 
8'
เรือใช้ราฮีมป่วนมิลเนอร์
เปิดเกมมาช่วงแรกเป็นทางซิตี้เปิดเกมรุกได้ดีกว่าโดยเฉพาะการขึ้นเกมทางกราบขวาของราฮีม สเตอร์ลิ่งที่ดูวูบวาบเล่นงานมิลเนอร์ได้หลายหนแต่เมื่อได้เตะมุม 2-3 ทีก็ทำอะไรทีมเยือนไม่ได้
 
14'
หงส์เสียว!กุนโวยเอาโทษไม่ได้
เกมด้านขวาของเจ้าถิ่นยังอันตรายจังหวะนี้ราฮีมขึ้นมาทางขวาแล้วครอสเรียดเข้ากลางอเกวโร่โดนมาติปดันบริเวณหน้าอกไว้ทำให้เข้าไม่ถึงบอลโดยดาวยิงอาร์เจนไตน์โวยจะเอาจุดโทษแต่กรรมการไม่ให้
 
20'
หน้าหนูยิงเหน่งไม่ตรงกรอบ
โอกาสทองของแมน ซิตี้เมื่อราฮีมแทงตามช่องไปให้ซาเน่ควบเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนล็อคหาช่องเปิดไปติดมิโญเล่ต์บอลกระดอนมาตั้งให้ซิลบาวิ่งเข้ามายิงตรงจุดโทษแต่กดไม่ลงบอลข้ามคานออกไป
 
23'
เต็มอกชาน!ยาย่าโดนแค่เหลือง
ยาย่ารอดการโดนใบแดงแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะแย่งบอลกลางสนามชานล้มลงเตะบอลไปได้แล้วก่อนมิดฟิลด์ก้านยาวเข้ามาช้าประทับรองเท้าไปที่หน้าอกของชานเต็มๆแต่กรรมการแจกแค่ใบเหลือง
 
24'
มาเน่โดนแซะด้านหลังไม่ได้โทษ
หงส์แดงพลาดได้จุดโทษไปเลยจังหวะที่สโตนส์พลาดคืนหลังไปโดนมาเน่ตัดหน้าลากลุยเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วจังหวะยิงโดนโอตาเมนดี้ตามมาแซะจากด้านหลังก่อนปะทะกาบาเยโร่ล้มลงไปทว่ากรรมการก็ไม่ได้ให้อะไรเลย
 
28'
อย่างพริ้ว!จินี่เลื้อยงามดันไม่ได้ยิง
ลิเวอร์พูลได้โอกาสมากขึ้นตอนนี้เมื่อไคลน์จ่ายไปให้ไวจ์นาลดุมเตะบอลลอดขายาย่าไปแล้วหลบโอตาเมนดี้อีกคนแต่จังหวะยิงในกรอบหกหลาโดนยาย่าตามมาอัดด้านหลังล้มลงกรรมการก็ไม่ได้เป่าว่าเป็นการฟาวล์อีก
 
35'
กดไม่ลง!คูตี้ปั่นข้ามคานอีก
หงส์แดงได้สวนกลับพร้อมลำเลียงบอลมาอย่างสวยไวจ์นาลดุมไหลออกทางซ้ายให้คูตินโญ่เตะบอลเข้าขวาข้างถนัดก่อนก้มหน้าปั่นแต่บอลโค้งข้ามคานออกไปอีกครั้งเรียกว่าช่วงนี้ยิงไม่เข้าเป้าเลยสำหรับสตาร์แซมบ้า
 
37'
มาติปโขกไม่ตรงเป้า
โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนเมื่อได้ฟรีคิกนอกกรอบด้านขวาระยะ 25 หลามิลเนอร์โยนไปลุ้นทางเสาไกลมาติปโดนแฟร์นานดินโญ่เบียดเอาไว้ทำให้โหม่งไม่ถนัดหลุดกรอบ
 
39'
เรืออดนำไม่น่าเชื่อ!!!
ไม่น่าเชื่อว่าซิตี้ไม่ได้ประตูขึ้นนำเมื่อเดอ บรอยน์จ่ายบอลอย่างงามไปให้ซิลบาหลุดเข้ากรอบเขตโทษซ้ายแล้วไหลเข้ากลางราฮีมจะเข้าฮอร์สโดนมิลเนอร์ตามมาด้านหลังยิงไม่ได้แฟร์นานดินโญ่มาทางเสาสองก็ยิงออกไปอีก
 
40'
แลกกัน!เงาเหยินปั่นโดนเซฟกาบาเยโร่
เกมสวนกันสนุกจริงๆคราวนี้เป็นทางหงส์แดงได้จบบ้างเมื่อฟิร์เมียโน่ได้บอลในกรอบเขตโทษซ้ายก่อนล็อคเข้าขวาแล้วยิงตรงกรอบแล้วทว่ากาบาเยโร่ไม่ยอมบินปัดออกหลังไป
 
41'
เทพม้วนตะบันติดกาบาเยโร่อีก
จังหวะเตะมุมต่อเนื่องครั้งที่สองกายาเยโร่ปัดบอลทิ้งมาเข้าทางลัลลาน่าพักด้วยต้นขาก่อนยิงสวนอย่างแรงกลับมาเลยแต่กาบาเยโร่ก็ยังไม่ยอมซูเปอร์เซฟไปได้อีกครั้ง
 
HALF TIME
 
47'
สโตนส์เซฟ!มาเน่ล่อเป้ายังไม่ได้
ลงสนามมาครึ่งหลังลิเวอร์พูลน่าได้ประตูขึ้นนำเลยเมื่อลัลลาน่าหลุดไปริมเส้นขวาก่อนจ่ายย้อนมาให้มาเน่ตั้งป้อมยิงแถวจุดโทษทว่าไปโดนสโตนส์ที่พุ่งเข้ามาบล็อคบอลปลิ้นข้ามคาน
 
50'
กลีชี่ทำเสียโทษ!มิลเนอร์กดไม่พลาดหงส์มา 1-0
แมน ซิตี้โดนเป่าจุดโทษจนได้ต้องชมชานยกบอลอย่างงามจากระยะ 40 หลาไปให้ฟิร์เมียโน่พักบอลด้วยอกก่อนโดนกลีชี่ตามมาเตะจากด้านหลังแม้โดนบอลแต่เป็นการเข้าด้านหลังกรรมการโอลิเวอร์เลยเป่าจุดโทษทันทีเป็นมิลเนอร์ทำหน้าที่สังหารไปทางซ้ายหลอกกาบาเยโร่พุ่งผิดทางทำให้หงส์แดงขึ้นนำแล้ว
 
56'
สโตนส์โขกหลุดเสานิดเดียว
เรือใบสีฟ้าโหมหนักหลังจากเสียประตูแล้วเกือบตีเสมอได้เมือ่เดอ บรอยน์เปิดคอนเนอร์ขวาไปทางเสาแรกให้สโตนส์พุ่งมาโขกคนเดียวแต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปเท่านั้น
 
61'
ไม่คม!เงาเหยินหลุดเดี่ยวยิงติดวิลลี่
หงส์แดงสวนกลับมาสวยอีกแล้วคูตินโญ่ลากตัดจากซ้ายเข้ากลางก่อนจ่ายหักข้อทะลุช่องไปให้ฟิร์เมียโน่หลุดเดี่ยวไปแล้วแต่ดันไม่คมพอยิงไปติดกาบาเยโร่ที่ออกมาปิดมุมเอาไว้แล้ว
 
69'
ยิงครั้งแรก!กุนเข้าฮอร์สเรือเจ๊า 1-1
ซิตี้เอาประตูตีเสมอจนได้จากการขึ้นเกมทางขวาเป็นเดอ บรอยน์บรรจงเปิดเรียดไปหน้าปากประตูตลาวานเข้าไม่ถึงบอลเลยมาเข้าตีนอเกวโร่เข้าฮอร์สไปไม่มีพลาดทำให้เกมกลับมาเสมอกันอีกครั้ง
 
72'
ฟีโน่ยัดเสาแรกแค่ข้างตาข่าย
เกมสนุกจริงๆกลับมาเป็นลิเวอร์พูลได้ลุ้นลัลลาน่าทำชิ่งต่อบอลกับฟิร์เมียโน่ก่อนเป็นดาวยิงแซมบ้าลากมายิงยัดไปที่เสาแรกแต่ก็เข้าแค่ข้างตาข่ายเท่านั้น
 
76'
ลื่นซะงั้น!กุนหลุดโล่งดันไม่ได้ยิง
ไม่น่าเชื่อว่าเรือใบสีฟ้าไม่ได้ประตูแซงนำเมื่อซาเน่ตอกส้นไปให้อเกวโร่หลุดเข้าไประยะไม่กี่หลาแต่กลับไม่ได้ยิงจับบอลแล้วเสียหลักบอลทะลักจนไปเข้าทางของเดอ บรอยน์พยายามเอี้ยวตัวยิงไปชนเสาแบบไม่น่าเชือ
 
80'
พลาดได้ไง!เทพม้วนคนเดียวดันยิงว่าว
เป็นจังหวะไม่น่าเชื่ออีกครั้งในเกมนี้คราวนี้เป็นของลิเวอร์พูลจังหวะสวนกลับไวจ์นาลดุมชิพอย่างหล่อไปให้ฟิร์เมียโน่หลุดไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายไม่ยิงเองแปกลับมาตั้งให้ลัลลาน่าอยู่คนเดียวโล่งโจ้งดันยิงวืดไม่งั้นใส่สกอร์ได้เลย
 
82'
มันโว้ย!หงส์สวนเงาเหยินไม่คมอีก
สมเป็นเกมระดับห้าดาวหงส์แดงสวนกลับมาอีกแล้วมาเน่ตลุยขึ้นมาก่อนแทงให้ฟิร์เมียโน่เข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วไม่ส่งลัลลาน่าที่รอด้านขวายิงยัดเสาแรกไปเลยบอลพุ่งออกหลัง
 
87'
อเกวโร่ซัดเสาแรกไม่ตรงกรอบ
เรือใบสีฟ้าขึ้นบอลมาอย่างน่ากลัวเดอ บรอยน์ไหลไปให้ซิลบาตามไปเอาก่อนหลุดเส้นหลังแล้วตวัดไปให้อเกวโร่วิ่งเข้ามายิงทางเสาแรกแต่บอลก็ออกหลังไปเท่านั้น
 
90+1'
กุนพลาดเลยยิงคนเดียวข้ามคาน
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเดอ บรอยน์ลากไปจนสุดเส้นหลังทางขวาก่อนโยนไปทางเสาไกลที่อเกวโร่รออยู่วางเท้าบรรจงแปเน้นๆแล้วดันไปโดนใต้บอลข้ามคานออกไปไกลโข
 
เรือบดหงส์แบ่งแต้มโคตรมัน
หมดเวลาเกมที่ลุ้นระทึกสะใจแฟนบอลแบ่งกันไปคนละแต้มทำให้แมน ซิตี้ขยับมี 57 คะแนนส่วนลิเวอร์พูลยังรั้งท็อปโฟร์มี 56 แต้มสมศักดิ์ศรีกันทั้งสองฝ่าย
 
ลิเวอร์พูล
Starting Formation: 4-3-3
22.
ซิมง มิโญเล่ต์
6
 
 
17.
รักนาร์ คลาวาน
7
 
 
32.
โจเอล มาติป
6.5
 
 
7.
เจมส์ มิลเนอร์
6.5
 
 
2.
นาธาเนี่ยล ไคลน์
7
 
 
23.
เอ็มเร่ ชาน
7
 
 
20.
อดัม ลัลลาน่า
6.5
 
 
5.
จอร์จินิโอ้ ไวจ์นาลดุม
7
 
 
11.
โรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่
 89'
7
 
 
10.
ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
 73'
6.5
 
 
19.
ซาดิโอ มาเน่
7
 
 
ตัวสำรอง
21.
ลูคัส เลว่า
 89'
6
 
 
6.
เดยัน ลอฟเรน
 
 
1.
ลอริส คาริอุส
 
 
18.
อัลเบร์โต้ โมเรโน่
 
 
27.
ดิว็อค โอริกี้
 73'
6
 
 
66.
เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
 
 
58.
เบน วู้ดเบิร์น
 
 
ผู้จัดการทีม
เยอร์เก้น คล็อปป์
 
 
ข่าววันที่   19  มีนาคม 2017  

จำนวนผู้ชม 828 ครั้ง  

แหล่งข่าวจาก www.soccersuck.com
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1481631

คลิปเกี่ยวข้อง ผลบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก 19 มี.ค. 2017


banner M1 banner M2 banner M4 banner M6 banner M7
banner B3
banner B1-2