อังกฤษ 5-0 ซานมารีโน


 
 
 
    

หมู+โก๋แดนเบิ้ล!สิงโตซ้อมเกมบุกอัดซาน มาริโน่ดิ้น 5-0

ไม่มีอะไรพลิกล็อกให้น่าใจหายสำหรับ"สิงโตคำราม"อังกฤษที่เช็คบิลซาน มาริโน่ทีมรวมดารามนุษย์เงินเดือนไปได้แบบไม่ยากเย็น 5-0 โดยมีเวย์น รูนี่ย์และแดนนี่ เวลเบ็คที่ควงมายิงกันไปคนละสองประตู

ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก

สนาม : เวมบลีย์

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2555


อังกฤษ 5:0 ซาน มาริโน่

ประตู
: 1-0 รูนี่ย์(จุดโทษ) น.35, 2-0 เวลเบ็ค น.38,3-0 รูนี่ย์ น.70, 4-0 เวลเบ็ค น.72, 5-0 แชมเบอร์เลน น.77

เกมนี้ฮอดจ์สันเลือกส่งเบนส์ลงสนามเป็นตัวจริงแทนที่ของโคล ส่วนรูนี่ย์ก็ได้คอมโบกับเวลเบ็คในแดนหน้าควบคู่กับการเป็นกัปตันทีมด้วย ด้านแนวรับก็ได้เคฮิลล์กับจาเกียลก้าลงสนามจับคู่กัน รวมถึงแบ็คขวาวอล์คเกอร์ก็ได้ออกสตาร์ทตัวจริงครั้งแรก

ครึ่งแรก

เทสต์ก่อนเลย!อ๊อกเหล็กลองส่องไกล
เปิดฉากมาก็เป็นไปตามคาดอังกฤษบุกเข้าใส่ตลอดและก็ได้ลองทดสอบซาน มาริโน่อย่างไวจากแชมเบอร์เลนที่ลากตัดจากซ้ายมายิงหน้าเขตโทษ บอลจะเสียบคานแล้วแต่ก็เจอซิมอนชินี่ปัดออกหลังไปได้อยู่

วัลคอตต์โดนชนเล่นต่อไม่ไหวโดนเปลี่ยน
แต่เพียงแค่ 7 นาที"สิงโต"ก็ต้องเสียหายซะแล้วเพราะต้องเปลี่ยนวัลคอตต์ออกเลยหลังเขาไปเข้าปะทะกับนายประตูของซาน มาริโน่จนต้องปฐมพยาบาลซักพักแม้จะพอเดินออกจากสนามได้แต่อาการก็ไม่ดีดูมึนๆเลยต้องให้เลนน่อนลงมาแทน

หมูโหม่งเตะมุมยังไม่เข้าเป้า
โอกาสของ"สิงโต"ยังไม่ได้มาเยอะนักมีโอกาสได้ลุ้นจากลูกเตะมุมบ้างคราวนี้เป็นเบนส์เปิดเข้ามาที่เสาแรก ก่อนเป็นรูนี่ย์ที่โฉบมาโหม่งแต่บอลก็ยังหลุดกรอบออกหลังไปอยู่

อีกทีดี๊!อ๊อกเหล็กสอยไกลอีกหนไม่ผ่าน
อังกฤษชักจะเริ่มได้นวดหนักขึ้นแล้วมาขึงบอลหน้าเขตโทษก่อนจบลงที่จังหวะสับไกของแชมเบอร์เลนอีกแล้วในนาที 25 บอลพุ่งเรียดตรงตัวซิมอนชินี่ตั้งแขนรอเซฟออกไปได้อีกครั้ง

เกือบได้แล้ว!รูนโหม่งหลุดเสากระจึ๋งนึง
นาที 32 เกือบจะมีประตูออกนำไปแล้วสำหรับอังกฤษเริ่มต้นที่เลนน่อนพาบอลไปจนสุดเส้นหลังเลยก่อนจะวนกลับมาให้กับเคลฟเวอร์ลี่ย์ตั้งป้อมเปิดจากขวาเข้าไปที่เสาไกลให้กับรูนี่ย์สอดมาโขกเน้นๆแต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวทำให้ยังไม่ได้ประตูนำซะที

ปาดติโธะ!คาร์ริค+โก๋แดนซัดชนเสา+คาน
จนถึงจุดนี้ดูอะไรๆยังไม่เข้าทางเจ้าบ้านเพราะมีโอกาสจะขึ้นนำเน้นๆสองหนยังไม่ได้อีกเริ่มต้นที่การยิงไกลของคาร์ริคก่อนชนคานอย่างจังเบอร์ มาเข้าทางเวลเบ็ควิ่งมาซ้ำก็ไม่ดีอีกซัดชนเสาเน้นๆ

เอาจนได้!รูนสังหารโทษไม่มีเหลือ
แต่แล้วก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้เริ่มต้นจากเวลเบ็คพาบอลเข้าเขตโทษไปแล้วแตะหลบซิมอนชินี่แล้วเจอกวาดเข้าไปกรรมการให้เป็นจุดโทษทันที ก่อนรูนี่ย์จะมารับหน้าที่สังหารเองแล้วก็ไม่เหลือ อังกฤษออกนำไปแล้ว 1-0

ได้ทีขอโชว์!โก๋แดนยิงไขว้สิงโตผงาด
อีก 2 นาทีถัดมา"สิงโต"ก็ได้คำรามอีกครั้งมาบวกประตูเพิ่มได้เริ่มจากวอล์คเกอร์คืนบอลไปให้กับเคลฟเวอร์ลี่ย์หน้าเขตโทษก่อนจะแทงเข้าเขตโทษให้เลนน่อนสปีดไปหักกลับมาเสาแรก มีเวลเบ็ควิ่งมาโชว์เมพไขว้เข้าประตูไป อังกฤษทิ้งห่างเป็น 2-0

รูนส่องไกลอีกหนยังเจอปัดออกหลัง
ช่วงท้ายครึ่งแรกเกือบจะมีลูกสามให้อังกฤษได้เชยชมจากการยิงไกลของรูนี่ย์จากบริเวณมุมเขตโทษทางซ้าย บอลจะเสียบเสาไกลอยู่แล้วแต่ยังเจอซิมอนชินี่นายประตูนักบัญชีปัดออกหลังไปได้อยู่ ทำให้จบครึ่งแรกอังกฤษยังนำอยู่ที่ 2-0

ครึ่งหลัง

ต่อกันสวย!คาร์ริคได้จบแต่ยังไม่ผ่าน
กลับมาเริ่มครึ่งหลังอังกฤษยังนวดได้เรื่อยๆเหมือนเดิมและน่าจะมีประตูเพิ่มอีกจริงๆในจังหวะที่ทำกันสวยเริ่มต้นโดยเลนน่อนลากเข้ามาก่อนจะจ่ายให้กับคาร์ริคหน้าเขตโทษก่อนฝากไปที่เวลเบ็คตามด้วยตวัดจะให้กับแชมเบอร์เลนแต่ก็ปล่อยให้คาร์ริควิ่งสอดมาจากข้างหลังยิงด้วยซ้ายยังติดเซฟอยู่ดี

สิงโตลับเขี้ยวซ้อมเกมรุก
ผ่านมาถึงนาที 60 "สิงโตคำราม"เหมือนเล่นซ้อมเกมบุกก็ไม่ปานกดดันอยู่แถวหน้าเขตโทษได้แบบ่เนื่องทำชิ่งหนึ่งสองเคาะบอลหาช่องไปเรื่อยแต่ยังขาดๆเกินๆไปนิด มีโอกาสเกือบได้ประตูที่สามด้วยจากลูกเปิดของรูนี่ย์ที่เข้าทางจาเกียลก้าวอลเลย์แต่โดนไม่ดีบอลเลยไม่อันตรายอะไร

เบนส์ปั่นฟรีคิกหลุดสามเหลี่ยมนิดเดียว
โอกาสจะบวกลูกสามของเจ้าบ้านมาอีกครั้งคราวนี้เป็นทีของลูกตั้งเตะบ้างในตำแหน่งหน้าเขตโทษเยื้องไปทางขวาก่อนจะเป็นเบนส์รับหน้าที่ยิงเข้ามาเองส่งบอลเลี้ยวหลุดสามเหลี่ยมออกไปแค่นิดเดียวเท่านั้น

มีเถียง!ซาน มาริโน่สวนมายิงไม่ตรงกรอบ
เข้าช่วงเผลอๆซาน มาริโน่มีโอกาสกับเขาด้วยเหมือนกันเป็นการลุ้นครั้งแรกเลยก็ว่าได้จากรินาลดี้ที่ได้โอกาสวิ่งแซงหลุดเดี่ยวแนวรับของอังกฤษมาได้ก่อนจะหลุดเขาไปยิงในเขตโทษแต่ก็ยังไม่ให้ฮาร์ทต้องออกแรงยิงหลุดกรอบไปเอง ตามมาด้วยเชลวี่ย์ได้โอกาสประเดิมทีมชุดใหญ่หนแรกลงสนามมาแทนคาร์ริค

รูนเบิ้ล!ยิงเสียบเสาไกลสิงโตนำห่าง
นาที 70 เจ้าบ้านก็บดจนได้ประตูเพิ่มเติมสำเร็จจากบอลเปิดกลางสนามออกไปทางซ้ายให้กับเบนส์โหม่งบอลกลับมาหน้าเขตโทษถึงเลนน่อนวิ่งมาจะเล่นบอลโดนแหย่ล้มแต่รูนี่ย์ไม่สนปรี่เข้ามาซัดไซด์ส่งบอลเสียบเสาไกลไปไม่เหลือ อังกฤษบวกเพิ่มเป็น 3-0

ไม่น้อยหน้า!โก๋แดนเอาบ้างบวกเพิ่มลูกสอง
ถัดมาอีกแค่ 2 นาที"สิงโตคำราม"ก็มาบวกเพิ่มได้อีกลูกเป็นบอลจากริมเส้นขวาโดยรูนี่ย์แทงเข้าเขตโทษมาให้กับเคลฟเวอร์ลี่ย์ดึงจังหวะก่อนลากจนถึงสุดเส้นหลังแล้วเปิดเข้ามาที่กรอบ 6 หลาให้กับเวลเบ็ควิ่งมาชาร์จจ่อๆส่งบอลเข้าไปนอนก้นตาข่าย อังกฤษยิงบวกไปอีกเป็น 4-0

แบ่งผมบ้าง!อ๊อกเหล็กวิ่งมาซัดบวกลูกห้า
น้ำบานแล้วสำหรับซาน มาริโนมาเจอเพิ่มอีกประตูจนได้เป็ฯจังหวะที่แชมเบอร์เลนได้บอลทางซ้ายก่อนจะฝากต่อไปให้กับเบนส์เติมไปสุดเส้นหลังแล้วเปิดเข้ามาตรงกลาง บอลมาถึงเคลฟเวอร์ลี่ย์โดนล้อมอยู่เลยแตะคืนให้แชมเบอร์เลนวิ่งมาปั่นบอลเข้าเสาไกลไปแบบชิวๆ อังกฤษขย้ำแหลก 5-0

จ้อนได้ทีส่องไกลตรงตัวซิมอนชินี่
เข้า 10 นาทีสุดท้ายแล้วอังกฤษก็ยังทำเกมบุกแบบไม่ลดละได้โอกาสส่องอีกครั้งจากเลนน่อนที่เล่นอยู่กับวอล์คเกอร์ริมเส้นสองคนก่อนจะฝากเข้าในมาให้แชมเบอร์เลนปล่อยข้ามถึงเชลวี่ย์ล็อกเข้าซ้ายแล้วยิงไกลดูแต่บอลยังตรงตัวซิมอนชินี่รับเข้าซองไว้

หลังปล่อยให้ฮาร์ทซัดโอเลี้ยงไปสองถุงก็เป็นอันว่าจบเกม อังกฤษไร้ปัญหาจัดการซาน มาริโน่ไปได้ 5-0 ขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของกลุ่มแล้ว ทิ้งมอนเตเนโกรกับยูเครนไปก่อน 3 คะแนน

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

อังกฤษ
: โจ ฮาร์ท 7, ไคล์ วอล์คเกอร์ 7, เลห์ตัน เบนส์ 7.5, แกรี่ เคฮิลล์ 7, ฟิล จาเกียลก้า 7, ไมเคิ่ล คาร์ริค 7 (เชลวี่ย์ น.67, ), ธีโอ วัลคอตต์ N/A (อารอน เลนน่อน น.8, 7.5), ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ 7, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 7.5, แดนนี่ เวลเบ็ค 8*, เวย์น รูนี่ย์ 8 (แคร์โรลล์ น.73, 7)

สำรองไม่ได้ลงสนาม : จอห์น รัดดี้, เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์, แอชลี่ย์ โคล, โจลีออน เลสคอตต์, ไรอัน ชอว์ครอส, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม จอห์นสัน, ชเจอร์เมน เดโฟ

เซอร์เบีย : อัลโด้ ซิมอนชินี่ 5.5 , ฟาบิโอ วิตาลโอลี่ 6 (บาชอชชี่ น.84, N/A), เอ็ม ปาลาซซี่ 6, ดาวิเด้ ซิมอนชินี่ 6, อเลสซานโดร เดลลา วัลเล่ 6, มิเคเล่ แชร์เวลลินี่ 5.5, คริสเตียน โบรลลี่ 5.5, เอนริโก้ ชิเบลลี่ 5.5, มัตเตโอ ชอปปินี่ 5.5 (บุสคารินี่ น.75, 6), อเล็กซ์ กาสเปโรนี่ 6, ดานิลโล่ รินาลดี้ 6 (เซลว่า น.78, N/A)

สำรองไม่ได้ลงสนาม : เฟเดริโก้ วาเลนตินี่, จาน ลูก้า บอลลินี่, ปิเอฟิลลิปโป้ มาซซ่า, ดาเมียโน่ วานนุชชี่, มานูเอล มารานี่, มัตเตโอ วิไตโอลี่
















 

ข่าววันที่   12  ตุลาคม 2012  

จำนวนผู้ชม 4,231 ครั้ง  

ขอขอบคุณ www.soccersuck.com
 

 
 
 
 
 
 
คลิปวีดีโอ การแข่งขัน
ดาวซัลโวล่าสุดของแต่ละทีม