บาเยิร์น มิวนิค 1-1(3-4) เชลซี


 
    

ประวัติศาสตร์!สิงห์ดวลเป้าเหนือพี่เสือคว้าแชมป์ CL สุดอลัง

กลายเป็นค่ำคืนประวัติศาสตร์ของเชลซีไปในที่สุด เมื่อพวกเขาทำความฝันสำเร็จสามารถคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้เป็นครั้งแรก หลังลุ้นกันบาเยิร์น มิวนิคจนถึงหยดสุดท้าย ก่อนจะดวลเป้าเอาชนะไป 4-3 ซูฮกดิมัตเตโอกันไปเลย

ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2555

สนาม : อารีอันซ์ อารีน่า


บาเยิร์น มิวนิค 1 : 1 เชลซี
(เชลซีเอาชนะไปด้วยการดวลจุดโทษ 4-3)

ประตู :
1-0 มุลเลอร์ น.83, 1-1 ดร็อกบา น.88

คลิปไฮไลท์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาเยิร์น มิวนิค 1-1(3-4) เชลซี


ที่สุดแห่งนัดสำคัญประจำเวทียุโรปได้อุบัติขึ้น เมื่อบาเยิร์น มิวนิคและเชลซีต้องลงชิงชัยกันในรองชิงชนะเลิศ แชมป์เปี้ยนส์ ลีกซึ่งมีถ้วยแชมป์เป็นเดิมพัน

บาเยิร์นออกจะได้เปรียบแบบนิดหน่อย เนื่องจากนัดชิงในปีนี้เตะกันที่สนามเหย้าของพวกเขาในมิวนิค แต่อาจจะกลายเป็นความกดดันได้เหมือนกัน ถ้าหากพลาดพลั้งขึ้นมา

วันนี้พวกเขาวางตัวทีเด็กอย่างร็อบเบนและริเบรี่ลงทำเกมป่วนแนวรับของเชลซี แบบเต็มสูบ ตรงกลางมีชไวน์สไตเกอร์และโครสคอยประสานงาน ในขณะที่แดนหน้ามีโกเมซหัวหอกฟอร์มฮอต รวมทั้งมุลเลอร์ที่ถ้าหากว่าทีมจากแดนอังกฤษพลาดขึ้นมาอาจน้ำตาตกได้เลย

ด้านเชลซีเลือกที่จะให้ดร็อกบาซึ่งเหมาะจะเอาไว้เล่นลูกกลางอากาศและเข้า ปะทะใส่กองหลังของ "เสือใต้" ลงสนาม โดยมีมาต้าเป็นคนปั้นเกมให้เหมือนอย่างที่เราเคยเห็นมาตลอดฤดูกาล

น่าเสียดายสำหรับ "สิงห์ไฮโซ" อยู่เหมือนกันที่เกมนี้พวกเขาไม่มีทั้งรามิเรส, เมเรเลส, อีวาโนวิชและที่สำคัญคือเทอร์รี่ที่เป็นหัวใจในแนวรับในเกมนี้ เพราะติดโทษแบนกันไปหมด

ครึ่งแรก

ง่ายไปหน่อย!ชไวนี่รับใบเหลืองไวโคตร
เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที เล่นยากแล้วสำหรับชไวน์สไตเกอร์ เพราะเขาดันไปทำให้ตัวเองโดนใบเหลืองในจังหวะที่พยายามจะกันลูกสวนกลับของ เชลซี เลยไปทำแฮนด์บอลแบบเจตนา ผู้ตัดสินไม่มีปราณีควักใบเหลืองเอาไปชิมเบาๆ

เกมเร็วเว่อร์เลยคู่นี้
ผ่านช่วง 10 กว่านาทีแรกไป เกมถือว่าเร็วน่าดูสำหรับทั้งสองทีม เพราะไม่มีการกั๊กจังหวะกันเลยแม้แต่น้อย บอลตกอยู่ที่ฝ่ายไหนก็พยายามเดินเกมรุกใส่อีกฝั่งทันที เพียงแต่อะๆรมันยังไม่เข้าที่เท่าไหร่ โอกาสยิงเลยไม่มีให้เห็น

พี่เสือยิ่งเล่นยิ่งชัดเจนกว่า
เกมตอนนี้ยิ่งผ่านไปเรื่อยๆ ทางบาเยิร์นก็ดูจะเข้าที่เข้าทางปรับจูนเกมได้มากกว่าเชลซี กลายเป็นฝ่ายครองบอลได้เยอะและมีโอกาสขึงใส่อย่างต่อเนื่อง จนเกมรับของ "สิงห์ไฮโซ" เกือบรวน โบซิงวาเตะแป้กไป ดีที่บอลปลิ้นออกหลังไม่ไปเข้าทางของแข้ง "เสือใต้" เขา

หวิดสุดๆ!หัวไข่หลุดยิงติดเซฟเสียว
นาทีที่ 21 เกือบจะทำประตูทีมเก่าได้อยู่แล้วเชียวสำหรับร็อบเบน ในจังหวะที่เขาแตะบอลเหมือนจะเล่นชิ่งกับเพื่อน แต่มีการปล่อยทะลุผ่าน เจ้าตัวเลยหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ พร้อมทำหน้าซีเรียสซัดด้วยเท้าซ็ายหมายให้เข้าเบียดเสาเข้าประตูไป แต่บอลไปติดเท้าของเช็กที่แม้ตัวจะขยับไม่ทัน แต่ขาหลักยังบล็อกเอาไว้ได้ บอลปลิ้นไปชนสามเหลี่ยมเด้งออกมา ก่อนที่จะมีการชุลมุนเคลียร์ทิ้งไปก่อน ดูแล้วเสียวแทนสุดๆ

พี่เสือยังดูดีกว่าเหมือนเดิม
ผ่านเกมช่วงครึ่งชั่วโมงแรกไป ยังเป็นบาเยิร์นที่ได้ครองบอลและมีจังหวะบุกที่มากครั้งกว่าเชลซีอยู่ โดยตัวแทนจากอังกฤษจะหนักไปทางใช้เกมสวนกลับมากกว่า แต่ถึงรวมๆแล้สถือว่าเป็นเกมที่สูสีมากจริงๆ

หน้าบากง่ายไปหน่อย
นาทีที่ 34 จังหวะนี้เล่นง่ายไปหน่อยสำหรับริเบรี่ เพราะบาเยิร์นอุตส่าห์ต่อบอลสวยๆกันมาตั้งแต่แดนกลาง พอบอลมาถึงเขาก็จัดการลากตัดเข้าในให้บอลติดเท้าขวาตามสเต็ป แม้ว่าจังหวะจะไม่ค่อยให้ แต่เจ้าตัวกลับฝืนยิงซะงั้น บอลเลยพุ่งหลุดออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไร

เสียวนะเนี่ย!มุลเลอร์วิ่งมาบวกหลุดกรอบ
อีก 2 นาทีต่อมา กองหลังเชลซีเกือบไปเลยสำหรับลูกนี้ เพราะปล่อยให้บาเยิร์นเปิดบอลจากด้านข้างเข้าไปหน้าประตูได้ ก่อนที่โกเมซจะวิ่งเข้ามาบวกโล่งๆคนเดียว แต่เหมือนโดนไม่ดี บอลเลยหลุดออกหลังไป จังหวะนี้ถ้าเข้ากรอบ เช็กคงยากจะรับได้แน่

โอกาสแรกมาแล้ว!กาลูยิงโดนเซฟเสาแรก
นาทีที่ 38 ถึงจะนานไปหน่อย แต่ยังดีกว่าไม่มาสำหรับโอกาสแรกของเชลซี ในจังหวะที่หลังบาเยิร์นแอบหลวม ปล่อยให้ "สิงห์ไฮโซ" ถ่ายบอลออกขวาไปทางกาลูที่วิ่งเติมแบบโล่งๆขึ้นมาซัดทันทีไปที่เสาแรก แต่นอยเออร์ที่นานๆทีจะเห็นหน้าในเกมนี้ก็กันเอาไว้ได้เหนียวแน่นไม่มีพลาด

พลาดได้ไง!โกเมซยิงซะนกร่วง
นาทีที่ 43 เสียดายกันแทบทั้งสนามเลย สำหรับจังหวะนี้ของโกเมซ เมื่อบาเยิร์นทำชิ่งกันได้สวย แม้ว่ามุลเลอร์จะโดนกองหลังเชลซีแท็คจนร่วงไปในจังหวะพยายามจะแทรกเข้าเขต โทษ แต่บอลหลุดไปถึงโกเมซที่ปล่อยจังหวะหลอกเคฮิลล์ซะหลง บอลเข้าทางซ้ายตั้งป้อมยิงเต็มๆ แต่เหมือนช้อนใต้ลูกเกิน เลยหลุดโด่งไปไกลถึงไหนต่อไหน

จบ 45 นาทีแรกลงไปแบบลุ้นน่าดู เพราะแม้ว่าบาเยิร์นจะบุกได้มากกว่า แต่ดูกระแสของเกมถือว่าไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก เพราะเชลซียังคงเล่นเกมรับกันได้อย่างมีวินัย เกมรุกก็พร้อมสวนอยู่ตลอด ทำให้ช่วง 45 นาทีที่เหลือคงจุใจแฟนบอลที่จับจ้องกันทั่วทั้งโลกอยู่อย่างเป็นแน่แท้

ครึ่งหลัง

แค่เฮเก้อ!หน้าบากยิงเข้าแต่ล้ำ
นาทีที่ 54 เก้อกันถ้วนหน้าเลยสำหรับแฟนบาเยิร์น เพราะลูกยิงของริเบรี่ที่ไปเก็บตกจากการสกัดไม่ขาดของโคลซึ่งซัดผ่านเช็ก เข้าประตูไปนั้นไม่ได้เป็นสกอร์ เนื่องจากไลน์แมนยกธง ซึ่งเมื่อดูจากภาพช้าแล้วก็ล้ำจริง แต่แค่ก้าวเดียวเท่านั้น

เกมยังดูยากว่ายังไง
ผ่านหนึ่งชั่วโมงเต็มของเกมไป บอกได้เลยว่ายากจะคาดเดาจริงๆสำหรับผลในวันนี้ เพราะถึงบาเยิร์นจะยังคงรักษามาตรฐานในการขึ้นเกมของพวกเขาได้เรื่อยๆ แต่พื้นที่สุดท้ายยังไม่ดีพอ ส่วนเชลซีโอกาสน้อยกว่าเยอะ แต่ไอ้แบบนี้ขอโป้งเดียวก็อาจจะปิดบัญชีได้เลยเหมือนกัน

พี่เสือยังเจาะไม่เข้า
ถือว่ายังกดดันได้ดีเรื่อยๆสำหรับบาเยิร์น แต่ปัญหาอย่างที่เห็นกันไปก่อนหน้านี้คือพวกเขายังหาช่องทางเจาะแนวนับของ เชลซีที่วันนี้ยืนกันแน่นหนาไปไม่ได้เลย ถ้ายื้อไปเรื่อยๆอาจจะกดดันตัวเองได้เหมือนกัน

กันดี!โครสซัดติดบล็อก
นาทีที่ 69 เป็นอีกจังหวะที่กองหลังเชลซีแม้ว่าจะหลุดไปบ้างในตอนแรก แต่ก็มีตัวซ้อนยืนบังได้ดี ในจังหวะที่โครสได้วิ่งสอดขึ้นมายืนตั้งป้อมยิงบริเวณกรอบเขตโทษ แต่ก็ติดบล็อกของลูอีซที่ยืนสกัดเอาไว้ได้

คอนเทนโต้ช่วยชีวิต!
นาทีที่ 72 ความผิดพลาดของกองหลังบาเยิร์นเกือบจะมาซึ่งประตูของเชลซีเลย เมื่อกองหลังไปเข้าบอลพลาดใส่ดร็อกบา ปล่อยให้แทลงสาบโบยบินลากไปถึงสุดสเส้นหลัง ก่อนที่จะเปิดกลับเข้าไปให้เพื่อนที่เติมมาเสาสองมีโอกาสจะจ่อยิงโล่งๆ ถ้าหากว่าไม่มีคอนเทนโต้ที่วิ่งมาสกัดทิ้งไปก่อนแบบหวุดหวิดมากมาย

ทำดีแล้ว!สิงห์เปลี่ยนเทพด้าแทนดาวรุ่ง
อีก 1 นาทีต่อมา ถือว่าสู้ได้ดีแล้วสำหรับดาวรุ่งอย่างเบอร์ทรานด์ที่วันนี้ได้ขยับไปเล่นปีก ซ้ายและลงเป็นเกมแรกในถ้วยยุโรป ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนตัวออกไป โดยเชลซีส่งมาลูด้าลงเล่นแทน

เช็กเซฟเยี่ยม!ร็อบเบนเปิดติดเกือบได้เฮ
นาทีที่ 76 เกือบจะกลายเป็นลูกเฮงซะแล้ว สำหรับบาเยิร์ย เมื่อเชลซีไปทำเอ๋อจ่ายอลเข้าเท้าผู้เล่นบาเยิร์น ก่อนที่บอลจะหลุดไปถึงร็อบเบนที่ลากถึงเส้นหลัง เปิดแฉลบตัวบล็อก แต่บอลไม่ออกแล้วย้อยเข้าหาประตู แต่เป็นเช็กที่กระโดดลอยตัวปัดทิ้งข้ามคานไปได้ก่อน

มีแววต่อเวลา!เกมถึงช่วงท้าย
เห็นแววต่อเวลามาแต่ไกล เมื่อเกมยังไม่มีจังหวะชี้ขาดให้เห็นและตอนนี้เวลาก็ดำเนินมาถึงช่วง 10 นาทีสุดท้ายแล้ว ถ้ายังเล่นกันได้แบบไม่มีผิดพลาด ยังไงแฟนๆคงได้ดูต่อเวลากันตาแฉะแน่นอน

หัวคมโคตร!มุลเลอร์โหม่งเช็ดคานเฮกันลั่น
นาทีที่ 83 ประตูที่อาจจะเป็นประตูชัยบังเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อบาเยิร์นขึงกันเต็มที่ ก่อนที่จะโยนยาวเข้าไปกรอบเขตโทษบอลเลยไปเสาสอง กองหลังของเชลซีเหมือนจะพลาดเพราะไม่มีใครตามประกบมุลเลอร์ที่เทคตัวพุ่ง เข้ามาโหม่งกดลงพื้น ก่อนที่เสยหน้าเช็ก เช็ดคานเข้าประตูไป สนามแทบแตก บาเยิร์นขึ้นนำ 1-0

มันยังไม่จบโว้ย!แมลงสาบถลาโขกสวยสุด
นาทีที่ 88 ได้เฮไม่นานบาเยิร์นที่แทบจะไม่ระคายอะไรก็มาพลาดลูกตั้งเตะของเชลซีใน จังหวะที่ดร็อกบาแฝงกายอยู่ภายนอก ก่อนที่จะขยับวิ่งตีเข้าไปเทคตัวโหม่ง แม้ว่าระยะจะไกลพอดู แต่บอลแรงเหมือนใช้ตีนเตะ นอยเออร์ปัดได้ก็จริง แต่นั่นไม่พอ บอลปลิ้นเข้าประตูไป เชลซีตีเสมอ 1-1 จะดราม่าไหมนะเกมนี้

ช่วงทดเวลานาทีสุดท้ายเชลซีมีโอกาสที่จะทำประตูชัยได้จากลูกฟรีคิกระยะน่า รักน่าลุ้น แต่ดร็อกบากลับหวดโด่งไปไกล ทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องไปลุ้นกันต่อแบบยาวๆ

ช่วงต่อเวลาพิเศษ

ดราม่า!แทลงสาบทำเสียจุดโทษ-เช็กเซฟได้
นาทีที่ 93 นี่มันดราม่าชัดๆ เพราะดร็อกบาที่เป็นคนทำประตูตีเสมอให้ทีมมีจนมีลุ้นในช่วงต่อเวลา กลับไปทำเสียจุดโทษจากจังหวะที่ลงไปช่วยเกมรับแล้วเตะขาริเบรี่เข้าอย่างจัง แต่กลับกลายเป็นว่าร็อบเบนที่รับหน้าที่สังหารซัดไปติดเซฟของเช็กเข้าซะงั้น มันช่างบีบหัวใจคนดูจริงๆ

กลายเป็นข่าวร้ายซ้ำสองของบาเยิร์น เมื่อริเบรี่ที่โดนเตะไปดันเจ็บหนักจนเล่นต่อไม่ได้ ทำให้ต้องส่งโอลิชลงไปเล่นแทน

เกมยังบีบหัวใจตลอด
ช่วงเวลาที่เหลือในการเล่นต่อเวลาครึ่งแรกทั้งสองทีมยังคงทำเกมบุกใส่กันแบบ ไม่มีหยุด แต่เกมรับก็เหนียวแน่นไม่คลายด้วย ทำให้ไม่มีการทำประตูกันได้และต้องไปลุ้นอีก 15 นาทีที่เหลือว่าจะได้ดวลจุดโทษหรือไม่

พลาดไปเลย!ฟาน บุยเต็นเข้าไม่ถึงบอล
นาทีที่ 108 นี่น่าจะเป็นประตูชัยของบาเยิร์นสุดๆ เพราะจังหวะที่พวกเขาเล่นต่อแม้ว่าดร็อกบานอนเจ็บอยู่นั้นบอลโยนลึกเข้าไป ให้กับโอลิชทางด้านซ้าย ก่อนที่จะแปแบบเน้นๆเข้ากลาง หมายให้ฟาน บุยเต็นเข้าฮอส แต่เหมือนจะออกตัวไม่ตรงจังหวะ ทุกอย่างเลยสายไป น่าเสียดายแท้เหลา

จบ 120 นาทีไม่มีการทำประตูกันเกิดขึ้นอีก ทำให้ต้องไปวัดกันที่การดวลจุดโทษ ลุ้นกันแบบเต็มสูบเต็มสุดไปเลยในเกมนี้

ดวลจุดโทษ

บาเยิร์น มิวนิค 1 - 0 เชลซี (ลาห์มยิงเข้า)

บาเยิร์น มิวนิค 1 - 0 เชลซี (มาต้าพลาด)

บาเยิร์น มิวนิค 2 - 0 เชลซี (โกเมซยิงเข้า)

บาเยิร์น มิวนิค 2 - 1 เชลซี (ลูอีซยิงเข้า)

บาเยิร์น มิวนิค 3 - 1 เชลซี (นอยเออร์ยิงเข้า)

บาเยิร์น มิวนิค 3 - 2 เชลซี (แลมพาร์ดยิงเข้า)

บาเยิร์น มิวนิค 3 - 2 เชลซี (โอลิชยิงพลาด)

บาเยิร์น มิวนิค 3 - 3 เชลซี (โคลยิงเข้า)

บาเยิร์น มิวนิค 3 - 3 เชลซี (ชไวน์สไตเกอร์ยิงพลาด)

บาเยิร์น มิวนิค 3 - 4 เชลซี (ดร็อกบายิงเข้า)

ผลเชลซีสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเอาชนะบาเยิร์น มิวนิคในการดวลจุดโทษไป 4-3 คว้าแชมป์ไปแบบสุดอลังเลยในฤดูกาลนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาเยิร์น มิวนิค :
มานูเอล นอยเออร์, อนาโตลี ทีโมชุค, เจอโรม บัวเต็ง, ดิเอโก้ คอนเทนโต้, ฟิลลิป ลาห์ม, โทนี่ โครส, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, ฟร็องค์ ริเบรี่, อาร์เยน ร็อบเบน, มาริโอ โกเมซ, โธมัส มุลเลอร์

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง :

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, ดาวิด ลูอีซ, แกรี่ เคฮิลล์, แอชลี่ย์ โคล, โจเซ่ โบซิงวา, แฟรงค์ แลมพาร์ด, จอห์น โอบี มิเกล, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ซาโลมอง กาลู, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ฆวน มาต้า

ตัวสำรองที่ไม่ได้ลง :
























































 

ข่าววันที่   19  พฤษภาคม 2012  

จำนวนผู้ชม 73,441 ครั้ง  

ขอขอบคุณ www.soccersuck.com
 
 
 
 
คลิปวีดีโอ การแข่งขัน