Banner ตำแหน่ง C3 ว่าง ขนาด 728X 90

ติดต่อ webmaster_hugball@hotmail.com

 

Banner ตำแหน่ง C5 ว่าง ขนาด 728X 90

ติดต่อ webmaster_hugball@hotmail.com

 
เอฟซี โคเปนเฮเก้น 0-2 เรอัล มาดริด

Banner ตำแหน่ง C10 ว่าง ขนาด 728X 90

ติดต่อ webmaster_hugball@hotmail.com

 

    

 ปิดฉากอย่างสง่า!โมดริช,โด้จิ๋วคนละตุง'ชุดขาว'ตบโคเปนนิ่มๆ 2-0

 
ปิดฉากเป็นแชมป์กลุ่มอย่างสวยงามสำหรับเรอัล มาดริดหลังได้ลูก้า โมดริชและคริสเตียโน่ โรนัลโด้ทำคนละประตูช่วยให้"ราชันชุดขาว"เอาชนะเอฟซี โคเปนเฮเก้นไปแบบสบายๆ 2-0

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี

สนาม : ปาร์คเก้น

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2556


เอฟซี โคเปนเฮเก้น 0:2 เรอัล มาดริด

ประตู
 : 0-1 โมดริช น.25, 0-2 โรนัลโด้ น.48


คลิปไฮไลท์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เอฟซี โคเปนเฮเก้น 0-2 เรอัล มาดริด


ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดสุดท้ายที่สนามปาร์คเก้น เจ้าบ้านเอฟซี โคเปนเฮเก้นตกรอบแบบซวยเล็กๆ นัดนี้กุนซือสตาเล่ โซลบัคเค่นส่งชุดใหญ่ลงสนามหวังทิ้งทวนให้แฟนๆประทับใจ มีตัวเก๋าโอลอฟ เมลล์เบิร์กและลาร์ส ยาค็อบเซ่นคุมแนวรับ แดนกลางมีรูริค กิสลาสันเป็นตัวทะลุทะลวง แนวรุกมีนิโคไล ยอร์เกนเซ่นตัวแสบลงล่าตาข่าย ฝั่งทีมเยือนเรอัล มาดริดเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มแล้วแต่คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือคางทูมยังส่งนักเตะชุดเกือบใหญ่ลงสนาม มีให้โอกาสนาโช่ในแนวรับ แดนกลางส่งลูก้า โมดริชช่วยงาน แต่แนวรุกยังมีคริสเตียโน่ โรนัลโด้กับแกเร็ธ เบล คู่หูมหาประลัยลงทะลวงแนวรับเจ้าบ้านเช่นเคย ผู้ตัดสินนัดนี้ได้แก่เฟลิกซ์ ไบรช์ ชาวเยอรมัน

ครึ่งแรก 

โคเปนฯซวย..ตัวความหวังเจ็บ
เริ่มเกมแค่ 9 นาทีลางร้ายมาเยือนโคเปนเฮเก้นแล้ว นิโคไล ยอร์เกนเซ่น หัวหอกตัวเก่งได้รับบาดเจ็บต้องถูกเปลี่ยนตัวออกให้คริสเตียน โบลานอสลงสนามแทน

ทักทายคนละที
ทั้งสองฝ่ายเล่นกันค่อนข้างเร็วแต่ยังไม่มีโอกาสทำประตูจนนาที 13 โคเปนเฮเก้นได้ทักทายก่อน รูริค กิสลาสันกระชากหนีมาร์เซโล่ถึงสุดเส้นฝั่งขวาก่อนตบเข้ากลางถูกแนวรับมาดริดเคลียร์ออกมาเข้าทางแถวสองเจ้าบ้านโหม่งออกซ้ายให้ปิแอร์ เบงก์สันจับแล้ววอลเลย์ด้วยซ้ายข้ามคานไปไหนก็ไม่รู้ แต่นาที 15 มาดริดได้ลุ้นบ้าง อัลบาโร่ อาร์เบลัวลากบอลขึ้นทางฝั่งขวาก่อนหักเข้าซ้ายแล้วเปิดเข้ากลาง แกเร็ธ เบลโฉบตัดหน้าแนวรับเจ้าบ้านสะบัดโหม่งแต่มากไปหน่อย บอลหลุดเสาสองออกหลังไป

มันคือศิลปะ!โมดริชคล้องแล้วปั่นสุดคลาสสิคให้ชุดขาวออกนำ
มาดริดเริ่มกดดันได้มากกว่าและขึ้นนำจนได้ในนาที 25 จังหวะแรกคริสเตียโน่ โรนัลโด้ซัดฟรีคิกแฉลบออกหลังเป็นลูกเตะมุมฝั่งซ้าย ลูกเปิดของซาบี อลอนโซ่ถูกแนวรับโคเปนเฮเก้นเคลียร์เข้าทางอิสโก้แปะให้ลูก้า โมดริชบริเวณ หัวกระโหลก มิดฟิลด์โครแอตซอยเท้างึกๆๆๆเหมือนจะยิงด้วยซ้ายก่อนคล้องบอลหลอกแนวรับไปอีกทางแล้วปั่นด้วยขวาโค้งเสียบเสาแรกตุงตาข่ายอย่างเหนือชั้น ทีมเยือนออกตัวก่อน 1-0

โด้จิ๋วโชว์คลาสสองครั้งซ้อน
นาที 32 มาดริดมีลุ้นนำห่าง อลอนโซ่จ่ายเข้ากลางให้เบลตอกส้นเร็วติดลาร์ส ยาค็อบเซ่น แต่บอลกระดอนเข้าทางโรนัลโด้วอลเลย์ด้วยซ้าย บอลติดท็อปสปินเหมือนลูกปิงปองเด้งพื้นจะเสียบเสาแรกแต่โยฮัน วีลันด์ยืนตำแหน่งดีปัดออกหลังไปได้ อีกจังหวะนาที 37 คาริม เบนเซม่าจ่ายจากซ้ายเข้ากลางให้โรนัลโด้เลี้ยงตัดเข้าในแล้วปั่นด้วยขวากะเข้าเสาสองเน้นๆแต่วีลันด์ไวอีกพุ่งปัดออกหลังได้ทัน

พระเจ้าไม่ช่วยโว้ย..ท่านเปาไม่หลงเหลี่ยมเดลานีย์
เกือบเกิดหัตถ์พระเจ้าขึ้นในเกมนี้แต่ฟ้ามีตา นาที 39 ปิแอร์ เบงก์สันเปิดเตะมุมฝั่งขวาโค้งหาปากประตู โธมัส เดลานีย์โฉบเข้าโหม่งเช็ดตัดหน้าอิเคร์ กาซิยาสตุงตาข่าย หะแรกกรรมการเฟลิกซ์ ไบรช์เหมือนให้ประตูและนักเตะกับแฟนบอลโคเปนเฮเก้นเฮกันแล้ว แต่หลังปรึกษาผู้ตัดสินที่สี่ก็ตัดสินใจไม่ให้เป็นประตูท่ามกลางการประท้วงและเสียงโห่ แต่จากภาพช้าชัดเจนว่าเดลานีย์ใช้มือเปลี่ยนทางบอลอย่างแนบเนียนจึงถือว่าคำตัดสินถูกต้องแล้ว น่าจับไปออกรายการบันทึกกรรมจริงๆสำหรับมิดฟิลด์รายนี้

วีลันด์เหนื่อยต่อเนื่อง
มาดริดควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบและได้โอกาสปิดท้ายครึ่งแรกนาที 44 อลอนโซ่ได้ซัดไกล บอลพุ่งเรียดมีลุ้นเป็นประตูแต่วีลันด์ล้มตัวรับไว้ได้อย่างสวยงาม

จบครึ่งแรกมาดริดนำ 1-0 แบบไม่ต้องออกแรงมากนักเพราะโมเมนตัมมาเองหลังขึ้นนำ ขณะที่โคเปนเฮเก้นต้องปรับเกมอย่างหนักในครึ่งหลังหากยังอยากไปเล่นยูโรปา ลีกให้ได้ในฤดูกาลนี้

ครึ่งหลัง

คนนี้ขาดไม่ได้!โด้จิ๋วปาดจ่อๆให้ชุดขาวนำห่าง
เริ่มครึ่งหลังถึงแค่นาที 48 มาดริดก็ได้ประตูเพิ่มในรูปแบบคล้ายๆลูกแรก คริสเตียโน่ โรนัลโด้รับบอลจากแดนกลางก่อนกระชากหนีลาร์ส ยาค็อบเซ่นหลุดเข้าเขตโทษแต่แบ็คจอมเก๋าตามมากดดันให้มุมแคบ จังหวะยิงเลยติดเซฟวีลันด์ออกหลังเป็นลูกเตะมุม แนวรับโคเปนเฮเก้นโหม่งเคลียร์เข้าทางมาร์เซโล่ครอสไปเสาไกลเน้นๆให้เปเป้โหม่งชงให้โรนัลโด้ปาดจ่อๆด้วยขวาตุงตาข่าย เป็นประตูที่ 800 ในบอลยุโรปของมาดริดด้วย ทีมเยือนนำห่าง 2-0

ไข่โคเปนฯยังไม่แตก..กิสลาสันกดเฉียดเสา
นาที 53 โคเปนเฮเก้นมีลุ้นตีตื้นเหมือนกัน ยุสเซฟ ทูทูห์โยนข้ามฟากให้กิสลาสันที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวสุดแล้วของเจ้าบ้านเลี้ยงหลบมาร์เซโล่ตามด้วยกระชากหนีนาโช่เข้าเขตโทษฝั่งขวาแล้วกดเต็มๆบอลพุ่งเฉียดเสาแรกออกหลังไป

โคเปนฯศูนย์นัดกันเบี้ยว
โคเปนเฮเก้นได้ลุ้นตีตื้นอีกสองครั้งแต่ก็ไม่เสียวซ่านนัก นาที 67 เบงก์สันได้ซัดฟรีคิกด้วยซ้ายสุดแรงแต่แรงเกิน บอลเหินข้ามคานไปไกล อีกจังหวะนาทีถัดมาจากลูกเตะมุมฝั่งขวาเปิดเข้าเขตโทษ บอลขลุกขลิกเด้งเข้าทางเดลานีย์กลับตัววอลเลย์ด้วยซ้ายแต่พระเจ้ายังไม่ยกโทษให้ บอลข้ามคานไปแบบไม่มีลุ้น

ชุดขาวผ่อนเกิ๊น..นาโช่บล็อคลูกยิงเหนื่อยอีก
เหมือนให้งานรุ่นน้องยังไงชอบกลสำหรับมาดริด นาที 72 อิกอร์ เวโตเคเล่ อีกหนึ่งผลผลิตชั้นดีจากเบลเยี่ยมรับบอลก่อนกระชากหนีแนวรับเข้าเขตโทษแล้วกดเต็มๆด้วยขวาแต่นาโช่ตามมาบล็อคลูกยิงออกหลังทันอย่างหวุดหวิด

โด้จิ๋วเกือบเบิ้ล
นาที 75 โรนัลโด้เกือบบวกเพิ่มให้ตัวเองและทีมได้ อังเคล ดิ มาเรีย ตัวสำรองจ่ายตัดเข้าเขตโทษให้โรนัลโด้ที่หันหลังให้ประตูโชว์สเต็ปแตะซ้ายหันขวาหลอกแนวรับโคเปนเฮเก้นจนหัวหมุนก่อนหวดด้วยซ้ายเน้นๆ บอลโค้งหนีมือวีลันด์ชนเสาเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

เล่นมากเกิน..โด้จิ๋วพลาดโทษ
นาที 88 โรนัลโด้ชวดบวกสกอร์ให้ตัวเองอีกครั้งหลังเรียกจุดโทษได้จากจังหวะรับบอลจากเบนเซม่าแล้วกระชากเข้าเขตโทษก่อนเจอเดลานีย์สไลด์เกี่ยวขาจนร่วง สตาร์โปรตุกีสลุกขึ้นมาสังหารเองแบบไม่เน้นเลยทำให้วีลันด์ที่ล้มไปแล้วยืดแขนปัดบอลไว้ได้ 

จบเกมเป็นอันว่ามาดริดเอาชนะไป 2-0 ปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มอย่างสวยงาม ส่วนโคเปนเฮเก้นอดไปต่อในบอลยุโรปอย่างสุดช้ำ

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เอฟซี โคเปนเฮเก้น( 4-4-2 )
 : โยฮัน วีลันด์ 8 - ลาร์ส ยาค็อบเซ่น 5, โอลอฟ เมลล์เบิร์ก 6, รักนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน 6, ปิแอร์ เบงก์สัน 6 - รูริค กิสลาสัน 7, โธมัส เดลานีย์ 5, เคลาเดเมียร์ 6, ยุสเซฟ ทูทูห์ 6( มาร์วิน พูรี่ - น.79 ) - นิโคไล ยอร์เกนเซ่น[ คริสเตียน โบลานอส 6 น.9( คริสตอฟเฟอร์ เรมเมอร์ - น.79 ) ], อิกอร์ เวโตเคเล่ 5

สำรองไม่ได้ลงสนาม : ยาค็อบ เยนเซ่น, คริส สตั๊ดส์การ์ด, โธมัส คริสเตนเซ่น, เซซาร์ ซานติน

เรอัล มาดริด( 4-3-3 ) : อิเคร์ กาซิยาส 6 - อัลบาโร่ อาร์เบลัว 6, นาโช่ 6, เปเป้ 6, มาร์เซโล่ 7 - อิสโก้ 6( อังเคล ดิ มาเรีย 6 น.67 ), ซาบี อลอนโซ่ 7( อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ - น.77 ), *ลูก้า โมดริช 8( คาเซมิโร่ - น.82 ) - แกเร็ธ เบล 5, คาริม เบนเซม่า 5, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7

สำรองไม่ได้ลงสนาม : ดีเอโก้ โลเปซ, ดาเนียล การ์บาฆาล, เฆเซ่ โรดริเกซ, อัลบาโร่ โมราต้า















 

ข่าววันที่   10  ธันวาคม 2013  

จำนวนผู้ชม 1,395 ครั้ง  

ขอขอบคุณ www.soccersuck.com
 
 
 
 

Banner ตำแหน่ง M6 จองแล้ว


 
คลิปวีดีโอ การแข่งขัน